กลับไปที่คอนเทนต์
General

Prompt Repetition เทคนิคลับปี 2026 ที่เปลี่ยน AI ธรรมดาให้แม่นยำขึ้นเกือบ 100% ด้วยวิธีที่ง่ายที่สุดในโลก

สูตรโกง AI ปี 2026 แค่ Ctrl+C แล้ว Ctrl+V ก็ฉลาดขึ้นทันตาเห็น

chonchacat's avatar
chonchacat
Admin
2 นาที
26 กุมภาพันธ์ 2569
AI Prompt repetition

เราอยู่ในปี 2026 ที่ AI ฉลาดขึ้นมากก็จริงค่ะ แต่เชื่อว่าหลายคนยังเจอปัญหาเดิม ๆ เช่น สั่งให้หาข้อมูลในเอกสารยาว ๆ แล้ว AI หาไม่เจอ ถามตรรกะซับซ้อนแล้ว AI มันดันตอบมั่ว หรือบางทีสั่งอะไรไปแล้วเหมือนมันอ่านโจทย์ไม่ละเอียด แล้วทำให้ output ที่ได้ออกมาไม่ตรงกับที่เราต้องการ

แต่ถ้าจริง ๆ แล้ว วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด ไม่ใช่การเขียน Prompt ให้ซับซ้อนขึ้น แต่คือการก๊อปปี้คำสั่งเดิม แล้ววางซ้ำลงไปอีกรอบ คุณจะเชื่อไหมคะ

เพราะจริง ๆ แล้วก็ฟังดูเหมือนมุกตลก หรือเหมือนเวลาเราตะโกนสั่งใครซ้ำ ๆ เพราะกลัวเขาไม่ได้ยิน แต่นี่คือผลลัพธ์จากงานวิจัยล่าสุดของ Google Research ในช่วงเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ที่พิสูจน์แล้วว่า "Prompt Repetition" หรือการสั่งซ้ำ คือท่าไม้ตายลับที่ทำให้โมเดลอย่าง Gemini GPT-4o หรือ Claude แม่นยำขึ้นอย่างที่ผู้เขียนเองก็อึ้งไปเหมือนกัน


แค่ Ctrl+C แล้ว Ctrl+V

เทคนิคนี้ไม่มีอะไรซับซ้อนเลยค่ะ ทีมวิจัยของ Google ค้นพบว่า แทนที่เราจะส่งคำสั่งแบบปกติ

<คำสั่ง>
ให้เปลี่ยนเป็น
<คำสั่ง><คำสั่ง>

ทำแค่นี้ แบบไม่ต้องเพิ่มคำว่า คิดดี ๆ นะ หรือ อ่านให้ละเอียดนะ แค่ใส่คำสั่งเดิมซ้ำลงไปดื้อ ๆ นี่แหละค่ะ เวิร์คที่สุด


แล้วทำไมวิธีบ้าน ๆ ถึงชนะคำสั่งที่ซับซ้อนได้

เพื่อเข้าใจเรื่องนี้ เราต้องเข้าใจสมองของ AI (LLM) นิดนึงค่ะ ว่าด้วยธรรมชาติของ AI เวลาอ่านข้อความ มันอ่านตามลำดับ คืออ่านจากซ้ายไปขวา

ซึ่งปัญหาคือ เวลา AI อ่านคำแรก ๆ ของประโยค มันยังไม่รู้ว่าตอนจบของประโยคคืออะไร ทำให้มันจับใจความหรือความสัมพันธ์ของข้อมูลได้ไม่ครบถ้วนในรอบแรก

แต่พอเราทำ Prompt Repetition หรือการใส่คำสั่งซ้ำ 2 รอบ AI จะทำงานดังนี้
**รอบแรก ** AI อ่านผ่าน ๆ เหมือนกวาดสายตา
**รอบสอง ** ทันทีที่ AI เริ่มอ่านคำสั่งชุดที่ 2 มันมี "ความทรงจำ" จากชุดแรกอยู่แล้ว ทำให้มันสามารถ มองย้อนกลับไปหาข้อมูลที่มันอาจจะพลาดไปในรอบแรกได้ชัดเจนขึ้น

ซึ่งเอาจริง ๆ ก็เหมือนเวลาเราอ่านหนังสือสอบเลยล่ะค่ะ ถ้าอ่านผ่าน ๆ แค่รอบเดียวอาจจะเบลอ ๆ แต่พออ่านซ้ำรอบสอง เราจะเริ่มเชื่อมโยงเนื้อหาได้ดีขึ้น


ผลลัพธ์จากงานวิจัย

Google ได้ทดสอบกับโมเดลตัวท็อปในตลาด เช่น Gemini 2.0 Flash, PT-4o, Deepseek V3, Claude 3.7 ผลปรากฏว่า เทคนิคนี้ชนะในการทดสอบ 47 จาก 70 ครั้ง และที่สำคัญคือ ไม่แพ้เลย (ที่เหลือคือเสมอตัว)
อีกทั้งความแม่นยำยังพุ่งปรี๊ด เช่น โจทย์ให้ AI หาชื่อคนที่ 25 ในรายการยาวเหยียด ผลลัพธ์ออกมาว่า
ในโมเดลเดียวกัน ถ้าเราถามแบบปกติ มันจะตอบถูกแค่ 21.33% เท่าทนั้น ในขณะที่แบบสั่งซ้ำ ตอบถูกถึง 97.33% เลยล่ะค่ะ

อ่านมาจนถึงตอนนี้ หลายคนอาจจะมีความกังวลว่า แล้วการใส่ Prompt หรือคำสั่งให้มันยาวขึ้น 2 เท่า จะทำหใ้ AI ตอบเราช้าลงรึเปล่า ซึ่งคำตอบก็คือ แทบไม่ต่างเลยค่ะ เพราะกระบวนการอ่าน Prompt ของ AI สมัยนี้ทำแบบขนาน (Parallel) ได้เร็วมาก แถมคำตอบที่ AI ตอบกลับมาก็ไม่ได้ยาวขึ้นด้วย


แต่เอาจริง ๆ ก็ต้องบอกว่า เทคนิคนี้ เราอาจจะไม่จำเป็นต้องนำไปใช้ทุกกรณีค่ะ เช่น ตัว Reasoning Models มันถูกฝึกให้คิดแบบ step by step พวกนี้มันมีกระบวนการทวนคำถามในหัวของมันเองอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นถึงเราจะถามซ้ำหรือไม่ ผลลัพธ์ก็ออกมาเท่าเดิม

แต่เราควรใช้วิธีนี้ เมื่อเราใช้งานกับโมเดลทั่วไป เช่น GPT-4o-mini, Gemini Flash, Claude Haiku หรือเน้นใช้งานกับโจทย์ประเภท Retrieval เช่น ให้ AI หาข้อมูลเฉพาะเจาะจงใน Text ยาว ๆ หรือน้อง ๆ นักเรียน นักศึกษาสามารถนำไปใช้กับโจทย์ Logic/Math ที่ต้องการความแม่นยำสูง ๆ ได้ค่า

จากงานวิจัยของ Google ในครั้งนี้ ทำให้เราทราบได้เลยว่า ในยุคที่ Prompt Engineering เริ่มยากขึ้นเรื่อย ๆ บางทีวิธีที่ Simple ที่สุด มันกลับให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้น ถ้าครั้งหน้าที่คุณรู้สึกว่า AI เริ่มงง ๆ ตอบไม่ตรงคำถาม ลองนำเทคนิคไปใช้ดูนะคะ

ที่มา: งานวิจัย Prompt Repetition Improves Non-Reasoning LLMs (https://arxiv.org/pdf/2512.14982)