กลับไปที่ข่าว
AI News

AI ปลุกตำนาน The Magnificent Ambersons: เมื่อเทคโนโลยีพยายามแก้ไขอดีตที่สูญหาย

เจาะลึกโปรเจกต์ของ Fable ที่ใช้ Generative AI คืนชีพฉากที่สาบสูญของหนังคลาสสิก พร้อมตั้งคำถามถึงจิตวิญญาณของศิลปะและจริยธรรมในยุค AI

Tiger's avatar
Tiger
Admin
1 นาที
9 กุมภาพันธ์ 2569
AI Generative AI ภาพยนตร์

หลาย ๆ คนอาจจะเคยรู้สึกเสียดายกับเรื่องราวในอดีต และหวังว่าจะสามารถย้อนกลับไปแก้ไขมันได้ ซึ่งความรู้สึกเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับเรา แต่ยังเกิดขึ้นในวงการภาพยนตร์ระดับโลกด้วยครับ

ล่าสุดมีข่าวใหญ่ที่คนรักหนัง (Cinephiles) และผู้ที่สนใจเทคโนโลยีต้องจับตามอง เมื่อสตาร์ทอัพที่ชื่อว่า Fable โดยผู้ก่อตั้ง Edward Saatchi กำลังพยายามทำภารกิจที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ นั่นคือการใช้ Generative AI เพื่อสร้างฉากที่สาบสูญไปกว่า 80 ปีของภาพยนตร์คลาสสิกเรื่อง The Magnificent Ambersons ของผู้กำกับระดับตำนานอย่าง Orson Welles ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

ทำไมต้องคืนชีพหนังเรื่องนี้ -- โศกนาฏกรรมแห่งวงการภาพยนตร์

หากคุณรู้จัก Citizen Kane ในฐานะภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดเรื่องหนึ่งของโลก Orson Welles ผู้กำกับคนเดียวกันนี้เคยกล่าวไว้ว่า The Magnificent Ambersons แท้จริงแล้วเป็นผลงานที่ดีกว่าเสียอีก แต่เรื่องน่าเศร้าคือ หลังจากรอบพรีวิวที่ผลตอบรับไม่ดีเท่าที่ควร สตูดิโอได้สั่งตัดหนังทิ้งไปถึง 43 นาที และเปลี่ยนตอนจบให้มีความสุขมากขึ้นเพื่อเอาใจตลาด ที่เจ็บปวดที่สุดคือ พวกเขา ทำลายฟิล์มส่วนที่ถูกตัดออกไปทั้งหมด เพื่อเคลียร์พื้นที่ในห้องเก็บฟิล์ม

สิ่งนี้จึงกลายเป็น "จอกศักดิ์สิทธิ์" (Holy Grail) ที่นักสะสมภาพยนตร์ทั่วโลกใฝ่ฝันอยากจะเห็นเวอร์ชันที่แท้จริงมาโดยตลอด และนี่คือจุดที่ AI ได้ก้าวเข้ามาเป็นพระเอก (หรือผู้ร้ายในสายตาของบางคน) เพื่อพยายามแก้ไขสิ่งที่สตูดิโอทำพลาดไปในอดีต

ความท้าทายด้านเทคนิค จริยธรรม และจิตวิญญาณ

โปรเจกต์ของ Fable ไม่ใช่แค่การนำโปรแกรมมาประมวลผลภาพเก่า แต่เป็นการใช้วิธี Live action-AI hybrid คือการให้นักแสดงจริง ๆ มาแสดงท่าทางตามบทและภาพถ่ายเก่าที่ยังหลงเหลืออยู่ จากนั้นจึงใช้ AI ซ้อนทับใบหน้าและเสียงของนักแสดงต้นฉบับลงไป

อย่างไรก็ตาม โปรเจกต์นี้ได้จุดประกายให้เกิดคำถามที่น่าสนใจและซับซ้อนในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น

1. ปัญหาด้านเทคนิค: AI ยังคงมีข้อผิดพลาด เช่น สร้างภาพนักแสดง Joseph Cotten ออกมาเป็นเวอร์ชันสองหัว หรือบางครั้ง AI ก็ปรับให้ใบหน้าของนักแสดงหญิงดูมีความสุขเกินกว่าที่ควรจะเป็นในหนังดราม่า
2. ประเด็นลิขสิทธิ์และจริยธรรม: การจะคืนชีพใครสักคนขึ้นมาบนจอภาพยนตร์ต้องได้รับความยินยอม ซึ่ง Saatchi ยอมรับว่าในตอนแรกเขาพลาดที่ไม่ได้ปรึกษาทายาทของ Welles ก่อน แต่ในขณะนี้กำลังเร่งเจรจากับทั้งทางครอบครัวและ Warner Bros. ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์
3. ความจริง vs. สิ่งที่สร้างขึ้นใหม่: Melissa Galt ลูกสาวของนักแสดงนำในเรื่อง ได้ให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า มันไม่ใช่ความจริง แต่มันคือการสร้างความจริงของคนอื่นขึ้นมา เธอเชื่อว่าเมื่อภาพยนตร์จบลงแล้ว มันก็คือจบ

เครื่องมือเติมเต็มจินตนาการ หรือเวทมนตร์ลบความจริง

สำหรับผู้ที่กำลังศึกษาเรื่อง AI สิ่งที่ Fable กำลังทำคือการใช้เทคโนโลยีเพื่อเติมเต็ม "จินตนาการ" ไม่ต่างจากการที่คนรุ่นก่อนพยายามวาดภาพ animation ตามบทภาพยนตร์เพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่ Welles ต้องการจะสื่อ

แม้แต่ Beatrice Welles ลูกสาวของผู้กำกับเอง แม้จะยังคงมีความสงสัย แต่เธอก็เริ่มมองเห็นว่าทีมงานได้ทำโปรเจกต์นี้ด้วย ความเคารพ ต่อคุณพ่อของเธออย่างมาก นี่คือบทเรียนสำคัญที่ว่า เทคโนโลยีที่ปราศจากความเคารพในคุณค่าดั้งเดิมอาจกลายเป็นเพียงของเล่นชิ้นหนึ่ง แต่หากใช้ด้วยความเข้าใจ มันจะสามารถกลายเป็นสะพานที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ได้

ทำไมเราต้องเรียนรู้เรื่องนี้

โปรเจกต์นี้เตือนใจเราว่า ความรู้เรื่อง AI ไม่ได้มีไว้แค่เพื่อเขียนโค้ด แต่มีไว้เพื่อทำความเข้าใจโลกรอบตัว ความงดงามของศิลปะอาจอยู่ที่ ข้อจำกัด และ ความสูญเสีย เหมือนที่นักเขียน Aaron Bady กล่าวว่า งานศิลปะจะมีคุณค่าเมื่อมันมี "ตอนจบ" หรือมีขีดจำกัดของชีวิตมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้อง หากเราใช้ AI เพื่อลบความสูญเสียไปทั้งหมด เราอาจหลงลืมคุณค่าของสิ่งที่ยังคงเหลืออยู่ก็ได้

การเรียนรู้ AI ในยุคนี้จึงไม่ใช่แค่การตามหา AI ที่ทรงพลังที่สุดอย่าง ChatGPT, Gemini หรือ Claude แต่คือการเรียนรู้ที่จะ ตั้งคำถาม กับผลลัพธ์ที่มันสร้างขึ้นมา ว่ามันส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้คนอย่างไร และเราจะสามารถใช้งานมันอย่างมีจริยธรรมได้อย่างไร

อดีตอาจแก้ไขไม่ได้ แต่ AI สามารถช่วยให้เราเห็นภาพฝันในอดีตได้ชัดเจนขึ้น อยู่ที่ว่าเราจะใช้ภาพฝันนั้นเพื่อก้าวต่อไป หรือเพื่อยึดติดอยู่กับสิ่งที่จากไปแล้วนั่นเองครับ

ที่มา: https://techcrunch.com/2026/02/08/okay-im-slightly-less-mad-about-that-magnificent-ambersons-ai-project/