กลับไปที่ข่าว
AI News

เจาะลึกดีลหยุดโลก: OpenAI คว้าตัวผู้สร้าง OpenClaw - ปฏิวัติวงการจริงหรือแค่กระแสกันแน่

การย้ายทีมของ Peter Steinberger สู่ OpenAI จุดประกายทั้งความหวังและความกังขาในวงการ AI Agent ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญชี้ประเด็นเรื่องนวัตกรรม ความเสถียร และความปลอดภัย

Tiger's avatar
Tiger
Admin
1 นาที
18 กุมภาพันธ์ 2569
OpenAI OpenClaw AI

สวัสดีครับน้อง ๆ และเพื่อน ๆ สายเทคโนโลยีทุกคน วันนี้มีข่าวบิ๊กดีลในโลก AI ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนมาฝากกันครับ เป็นเรื่องของค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง OpenAI ที่เพิ่งคว้าตัวนักพัฒนาซอฟต์แวร์คนสำคัญมาเสริมทัพเพื่อพัฒนาโปรเจกต์ที่กำลังถูกพูดถึงกันทั่ววงการอย่าง OpenClaw

แต่ในขณะที่ฝั่งหนึ่งกำลังตื่นเต้น อีกฝั่งกลับเริ่มมีเสียงวิจารณ์จากผู้เชี่ยวชาญว่ามันน่าทึ่งขนาดนั้นจริงหรือ หรือเป็นเพียงแค่กระแส วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกเรื่องนี้กันครับ


เมื่อตัวเทพรวมตัวมาเสริมทัพ

เหตุการณ์ที่ทำให้คนในวงการเทคโนโลยีต้องหันมามอง เกิดขึ้นเมื่อ Peter Steinberger วิศวกรซอฟต์แวร์ระดับแนวหน้า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสร้าง OpenClaw ได้ประกาศเข้าร่วมงานกับ OpenAI อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2026 ที่ผ่านมา

ซึ่งการที่ OpenAI ดึงตัว Peter เข้ามาร่วมทีมนั้น เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าพวกเขากำลังทุ่มสุดตัวให้กับ Agentic AI หรือ AI ที่ไม่ได้มีดีแค่การแชทโต้ตอบ แต่ต้องสามารถลงมือทำงานในระดับซอฟต์แวร์แทนมนุษย์ได้จริง โดย Sam Altman CEO ของ OpenAI ถึงกับกล่าวว่า Steinberger คืออัจฉริยะที่จะมาช่วยขับเคลื่อน Personal Agent รุ่นถัดไปให้เข้าถึงผู้คนนับพันล้านได้ง่ายขึ้น

ลองจินตนาการดูนะครับว่า ถ้าเทคโนโลยีของ OpenClaw ถูกนำไปรวมร่างกับความฉลาดของ ChatGPT ต่อไปเราอาจจะไม่ได้แค่ถามตอบ แต่สามารถสั่ง AI ว่า “ช่วยสรุปไฟล์งาน จัดตารางนัดหมาย แล้วส่งอีเมลแจ้งทุกคนในทีมให้ด้วย” แล้ว AI ก็จะจัดการเปิดแอปพลิเคชันต่าง ๆ แทนเราจนเสร็จสิ้นในพริบตา การย้ายค่ายครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนวิธีที่เราใช้คอมพิวเตอร์ไปอย่างสิ้นเชิง


เสียงสะท้อนจากกูรู หรือจะเป็นแค่กระแสที่เกินจริง

อย่างไรก็ตาม หลังจากข่าวการย้ายทีมผ่านไปเพียงวันเดียว กระแสอีกด้านก็เริ่มตีกลับ เมื่อผู้เชี่ยวชาญด้าน AI หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า OpenClaw นั้นยอดเยี่ยมจริง หรือเป็นเพียงการตลาดกันแน่ โดยมีประเด็นที่น่าคิดดังนี้ครับ

  1. ผู้เชี่ยวชาญบางกลุ่มมองว่าในทางเทคนิคแล้ว OpenClaw ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ เพราะมันไม่ได้สร้างโมเดล AI ใหม่จากศูนย์ แต่ทำหน้าที่เป็นระบบ Orchestration หรือการจัดลำดับการทำงานของโมเดลที่มีอยู่แล้ว (เช่น GPT หรือ Claude) ให้ทำงานร่วมกับเครื่องมืออื่นได้ดีขึ้นเท่านั้น
  2. ระบบที่ต้องทำงานหลายขั้นตอนต่อเนื่องกัน มีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดสะสมได้สูง ยิ่งงานมีความซับซ้อน โอกาสที่ AI จะตัดสินใจผิดลำดับหรือเข้าใจบริบทคลาดเคลื่อนก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
  3. ด การให้ AI เข้ามาควบคุมหน้าจอหรือจัดการไฟล์แทนเรานั้นมีความเสี่ยงสูงมาก หาก AI ทำงานผิดพลาดหรือถูกเจาะระบบ ข้อมูลสำคัญของเราอาจเสียหายหรือรั่วไหลได้ทันที มีรายงานว่าอินสแตนซ์ของ OpenClaw กว่า 135,000 รายการ มีความเสี่ยงต่อการถูกแฮกเนื่องจากการตั้งค่าเริ่มต้นที่ไม่ปลอดภัย

ยุคของ AI Agent ได้เริ่มต้นแล้ว

ทั้งหมดนี้ทำให้ภาพของ OpenClaw กลายเป็นภาพสองด้าน ด้านหนึ่งคือโปรเจกต์โอเพนซอร์สที่เติบโตเร็ว มีพลังจากชุมชน และดึงดูดบริษัท AI ชั้นนำ อีกด้านหนึ่งคือคำถามเรื่องความลึกทางเทคโนโลยี ความเสถียร และความปลอดภัย

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดอาจไม่ใช่ว่า OpenClaw จะประสบความสำเร็จหรือไม่ แต่อยู่ที่ทิศทางของอุตสาหกรรมมากกว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนชัดเจนว่า AI กำลังเดินเข้าสู่ยุคของระบบตัวแทนอัตโนมัติอย่างเต็มตัว บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เริ่มมองไกลกว่าการสร้างโมเดลที่ตอบเก่งที่สุด แต่ต้องการสร้างระบบที่ทำงานได้จริงที่สุด

ไม่ว่า OpenClaw จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่จริง ๆ หรือเป็นเพียงกระแสช่วงสั้น ๆ สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือการหมั่นอัปเดตและทดลองใช้ เพื่อให้รู้เท่าทันเทคโนโลยีเหล่านี้อยู่เสมอ เพราะในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในแทบทุกงาน คนที่รู้จักปรับตัวและใช้งานเครื่องมือได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยเท่านั้นที่จะเป็นผู้กุมเกมในอนาคตได้อย่างดีครับ

ที่มา: https://techcrunch.com/2026/02/15/openclaw-creator-peter-steinberger-joins-openai/
https://techcrunch.com/2026/02/16/after-all-the-hype-some-ai-experts-dont-think-openclaw-is-all-that-exciting/