กลับไปที่ข่าว
AI News

มหากาพย์ Software-mageddon: เมื่อ Anthropic ปลุกโลกให้ตื่นรับมือศึก AI Disruption

เสียงเตือนจาก Anthropic's Claude ที่ทำให้มูลค่าตลาดซอฟต์แวร์หายไปกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ สะท้อนถึงยุคที่ AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือ แต่คือผู้เปลี่ยนเกมที่ทุกคนต้องปรับตัว

Tiger's avatar
Tiger
Admin
2 นาที
6 กุมภาพันธ์ 2569
AI Anthropic Claude

ชั่วโมงนี้มีข่าวร้อนแรงในแวดวงการลงทุนที่หลายคนขนานนามว่า "Software-mageddon" หรือวันสิ้นโลกของซอฟต์แวร์เลยทีเดียวครับ เพราะเพียงช่วงเวลาไม่กี่วัน มูลค่าตลาดของบริษัทซอฟต์แวร์และบริการข้อมูลยักษ์ใหญ่ทั่วโลกได้ "ละลาย" หายไปกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 35 ล้านล้านบาท) ซึ่งปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเศรษฐกิจถดถอย แต่เกิดขึ้นเพราะสิ่งที่เรียกว่า "Anthropic Wake-up Call" หรือเสียงเตือนภัยจาก AI นั่นเอง


ชนวนเหตุจาก Anthropic

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ Anthropic (บริษัท AI ระดับท็อปของโลกที่ Google และ Amazon ร่วมลงทุน) ได้อัปเกรดระบบ Claude Cowork พร้อมปล่อย "ปลั๊กอิน" ที่ทรงพลังออกมา เครื่องมือตัวนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อโต้ตอบทั่วไป แต่ถูกออกแบบมาให้เป็น "พนักงานอัจฉริยะ" ที่เจาะจงไปที่กลุ่มงานบริการด้านกฎหมาย (Legal Services) และระบบอัตโนมัติในธุรกิจ (Business Automation) โดยเฉพาะ

ความสามารถของมันครอบคลุมตั้งแต่
1. Contract Review: ตรวจสอบร่างสัญญาเพื่อหาจุดบกพร่องที่ซ่อนอยู่
2. Legal Briefings: สรุปข้อกฎหมายที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่ายในไม่กี่บรรทัด
3. Data Analysis: วิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจมหาศาลเพื่อช่วยในการตัดสินใจ

นั่นหมายความว่า งานที่บริษัทใหญ่ ๆ เคยต้องจ้างพนักงานระดับสูง หรือต้องซื้อซอฟต์แวร์เฉพาะทางราคาแพง ตอนนี้ AI เพียงตัวเดียวสามารถ "รวบตึง" ทำแทนได้เกือบทั้งหมด


แรงกระแทกที่สั่นสะเทือนไปทั่วทุกมุมโลก

พายุครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ในอเมริกา แต่เป็นเหมือนคลื่นสึนามิที่กวาดไปทุกภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็น
ฝั่งอเมริกา: บริษัทซอฟต์แวร์ข้อมูลชื่อดังอย่าง Thomson Reuters หุ้นร่วงดิ่งถึง 16% ทันที ตามมาด้วยยักษ์ใหญ่อย่าง Salesforce, Adobe และ ServiceNow ที่ได้รับผลกระทบจนหุ้นร่วงตามกันเป็นแถว หรือ
ฝั่งเอเชีย: บริษัทยักษ์ใหญ่ด้าน IT ในอินเดียอย่าง Tata Consultancy Services (TCS) ร่วงไป 6% และ Infosys ตกไป 7.1% แม้แต่ในออสเตรเลีย ซอฟต์แวร์บัญชีระบบคลาวด์ชื่อดังอย่าง Xero ก็ยังทำสถิติร่วงหนักสุดถึง 16% ในวันเดียว ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนตั้งแต่ปี 2013


ทำไมหุ้นถึงตก

หลายคนอาจสงสัยว่า AI เก่งขึ้นก็น่าจะดี แล้วทำไมต้องเทขายหุ้นกัน

คำอธิบายง่าย ๆ คือ โดยปกติแล้วบริษัทซอฟต์แวร์เหล่านี้มีโมเดลธุรกิจที่เรียกว่า SaaS (Software as a Service) หรือการเก็บค่าสมาชิกรายเดือน/รายปี ซึ่งนักลงทุนมองเห็น "กำไรที่แน่นอน" ในอนาคต แต่พอ AI อย่าง Claude ของ Anthropic แสดงให้เห็นว่ามันทำได้ทุกอย่างในราคาที่ถูกกว่า และสามารถปรับแต่ง (Customized) ให้เข้ากับความต้องการเฉพาะของแต่ละอุตสาหกรรมได้โดยตรง นักลงทุนจึงเริ่มไม่แน่ใจว่า ใครจะยังยอมจ่ายเงินให้กับซอฟต์แวร์แบบเก่าอยู่ล่ะ

นี่คือสิ่งที่เรียกว่า AI Disruption ครับ เมื่อเทคโนโลยีใหม่เข้ามาลบภาพความสำเร็จเดิม ๆ ใครที่ปรับตัวไม่ทัน หรือไม่มีจุดแข็งที่ AI ทำแทนไม่ได้ ก็อาจกลายเป็นผู้พ่ายแพ้ในเกมนี้


วิกฤตศรัทธาในตลาดซอฟต์แวร์

ข้อมูลจากดัชนี S&P 500 ระบุว่ามีบริษัทซอฟต์แวร์เพียง 71% เท่านั้นที่ทำรายได้ได้ตามเป้าในไตรมาสล่าสุด ซึ่งสวนทางกับกลุ่มฮาร์ดแวร์อย่าง Nvidia ที่พุ่งทะยานไปถึง 85% นั่นแสดงให้เห็นว่า "งบประมาณ" ของบริษัทต่างๆ กำลังถูกย้ายออกจากซอฟต์แวร์เดิม ๆ เพื่อไปลงทุนกับ "โครงสร้างพื้นฐาน AI" แทนแล้วนั่นเอง


พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส: อย่าเป็นเหยื่อ แต่จงเป็น "ผู้คุมเกม" ในยุค AI

ท่ามกลางตัวเลขสีแดงในตลาดหุ้นและความวิตกกังวลของผู้คน อยากให้ลองมองอีกมุมหนึ่งครับ ทุกครั้งที่มีสิ่งเก่าล่มสลาย สิ่งใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าจะเกิดขึ้นเสมอ

ปรากฏการณ์ Software-mageddon ครั้งนี้ไม่ได้บอกว่า "ซอฟต์แวร์จะหายไป" แต่มันกำลังบอกว่า "ยุคของการใช้ AI ทำงานแทนมนุษย์แบบเต็มรูปแบบกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว"

ใครที่มีทักษะในการควบคุม AI รู้วิธีวางโครงสร้างระบบให้ AI ทำงานร่วมกับมนุษย์ได้อย่างไร้รอยต่อ คนกลุ่มนั้นคือผู้ที่จะกลายเป็นที่ต้องการอย่างสูงในตลาดแรงงานอนาคต

ลองจินตนาการดูสิครับว่า ถ้าน้อง ๆ เป็นคนเดียวในออฟฟิศที่สามารถสั่งให้ AI ตรวจเอกสารสัญญา 1,000 ฉบับให้เสร็จใน 5 นาที ในขณะที่คนอื่นยังนั่งอ่านทีละหน้า... บริษัทจะเลือกเก็บใครไว้

โลกหมุนไปเร็วขนาดนี้ อย่าปล่อยให้ตัวเองเป็นเพียงผู้ชมที่ยืนดูโลกเปลี่ยนไปเฉยๆ มาเริ่มพัฒนาทักษะ สังเกตการณ์เทรนด์ และฝึกฝนการใช้เครื่องมือล้ำสมัยอย่าง Claude หรือ ChatGPT ให้คล่องมือตั้งแต่วันนี้ เพราะในวันที่ฝุ่นตลบจบลง คนที่ยืนหยัดได้อย่างมั่นคงที่สุดคือคนที่มีความรู้และอาวุธทางปัญญาที่ทันสมัยที่สุดนั่นเองครับ

ที่มา:
https://www.bloomberg.com/news
https://financialpost.com
https://Investing.com